Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

Hotline

081-919-6685

เราช่วยคุณได้

@krungthepinter

Travel License : 11/07340

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ตามรอยอารยธรรมพันปี ต้าถง อู่ไถซาน สัมผัสศรัทธาแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหนือยอดเขา

ตามรอยอารยธรรมพันปี ต้าถง อู่ไถซาน สัมผัสศรัทธาแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหนือยอดเขา

09

Apr

จีน

ตามรอยอารยธรรมพันปี ต้าถง อู่ไถซาน สัมผัสศรัทธาแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหนือยอดเขา

     ทริปทัวร์จีนวันนี้จะพาทุกท่านมาเยือนต้าถง อู่ไถซาน ดินแดนของขุนเขาสูงตระหง่านและสายลมหนาวแห่งมณฑลซานซีกันค่ะ ดินแดนทางตอนเหนือของประเทศจีนที่ยังคงเก็บรักษาอารยธรรมที่สืบทอดมายาวนานนับพันปี ซึ่งทั้งต้าถงและอู่ไถซาน คือสองจุดหมายที่ผสานทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และศรัทธาไว้ในเส้นทางเดียวกันได้อย่างลงตัว เริ่มจากเมืองต้าถงที่เคยรุ่งเรืองในยุคราชวงศ์ สู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์อู่ไถซาน หนึ่งในสี่พุทธคีรีของจีนอันศักดิ์สิทธิ์ ทุกย่างก้าวของการเดินทางมาเที่ยวจีนที่นี่ เปรียบเสมือนการย้อนเวลากลับไปสัมผัสร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองถึงขีดสุดของพุทธศาสนา และความเลื่อมใสศรัทธาที่หยั่งรากลึกมาจนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่าเราก็ได้รวบรวมข้อมูลเที่ยวต้าถง อู่ไถซาน พร้อมเจาะลึกพิกัดห้ามพลาดมาฝากกันค่ะ

ทำความรู้จักกับต้าถงและอู่ไถซาน

    ต้าถง (Datong) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลชานซี (Shanxi) ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์เว่ยเหนือ (Northern Wei) ซึ่งเป็นยุคทองของพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด ต้าถงจึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่รวบรวมงานแกะสลักหินและสถาปัตยกรรมไม้โบราณที่หาชมได้ยาก โดดเด่นด้วยเสน่ห์ของกำแพงเมืองเก่าที่ล้อมรอบ และความผสมผสานระหว่างอารยธรรมชนเผ่าเร่ร่อนกับชาวฮั่น ในขณะที่อู่ไถซาน (Mount Wutai) คือหนึ่งในสี่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สุดทางพุทธศาสนาในจีน (Four Sacred Mountains of Buddhism) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์แห่งปัญญา) มาตั้งแต่ในสมัยโบราณ และด้วยภูมิประเทศที่เป็นยอดเขารูปตัด 5 ยอด ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “อู่ไถ” ที่แปลว่า 5 แท่น ทำให้พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยวัดวาอารามนับร้อยแห่ง ที่มีสถาปัตยกรรมจากหลากหลายยุคสมัย เป็นศูนย์กลางของการจาริกแสวงบุญที่ดึงดูดผู้ศรัทธาจากทั่วโลก รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในด้านพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์

ไปเที่ยวช่วงไหนดี?

  • - ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน - พฤษภาคม) เป็นช่วงที่อากาศเริ่มอุ่นขึ้นจากฤดูหนาว ดอกไม้ป่าบนอู่ไถซานเริ่มผลิบาน อากาศเย็นสบายเหมาะกับการเดินขึ้นเขา แต่ควรระวังลมแรงในเขตต้าถงค่ะ
  • - ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการขึ้นไปยังอู่ไถซาน เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น "เย็นสบายซาน" (Cool Mountain) เนื่องจากอากาศบนเขาจะเย็นกว่าพื้นราบมาก ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่หลบร้อนชั้นยอดกันเลยค่ะ ส่วนต้าถงอากาศจะร้อนขึ้นแต่ไม่ร้อนจัดเท่าเมืองทางใต้ 
  • - ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม) ช่วงที่สวยที่สุดสำหรับการทัวร์จีนที่ต้าถงและอู่ไถซาน ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีทองและแดงตัดกับสีขาวของเจดีย์และสีฟ้าน้ำเงินของท้องฟ้า อากาศเย็นสดชื่น มีแสงแดดดีเหมาะสำหรับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมโบราณมากที่สุด ใครเป็นสายถ่ายรูปต้องมาเที่ยวจีนกันในช่วงนี้เลย 
  • - ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มีนาคม) อากาศหนาวจัดและมีหิมะปกคลุม อู่ไถซานจะกลายเป็นโลกสีขาวโพลนดูเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ แต่การเดินทางอาจลำบากเพราะถนนบางสายอาจปิดเนื่องจากหิมะตกจนปิดทาง เป็นช่วงที่สามารถวางแผนมาทัวร์จีนราคาถูกกันได้ แต่แนะนำให้เช็คสภาพอากาศกันก่อนที่จะมาทัวร์จีนกันในช่วงนี้ค่ะ  

ข้อมูลการเดินทาง

      การเดินทางมาทัวร์จีนที่ต้าถงและอู่ไถซานที่สะดวกที่สุดคือ การขึ้นเครื่องบินไปลงที่ปักกิ่ง (Beijing) จากนั้นต่อรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) มายังสถานี Datong South ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงกว่า หรือบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงสนามบินไท่หยวน (Taiyuan) จากนั้นต่อรถไฟความเร็วสูงไปยังต้าถง ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เมื่อถึงต้าถงแนะนำให้ใช้บริการรถบัสท่องเที่ยวหรือเช่ารถพร้อมคนขับ เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งอยู่นอกตัวเมือง 
      สำหรับการเดินทางจากต้าถงไปอู่ไถซาน มีรถบัสโดยสารวิ่งตรงใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง หรือจะเลือกนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Wutaishan  แล้วต่อรถรับจ้างเข้าสู่เขตอุทยานกันก็ได้ค่ะ ซึ่งภายในอู่ไถซานเองก็จะมีรถบัสรับส่ง (Shuttle Bus) ระหว่างจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้บริการอย่างสะดวกสบาย แต่หากต้องการขึ้นไปชมยอดเขาทั้ง 5 (The Five Peaks) แนะนำให้ซื้อตั๋วรถออฟโรดพิเศษของทางอุทยานกันค่ะ หรือซื้อแพคเกจทัวร์เที่ยวต้าถง อู่ไถซาน กับบริษัททัวร์ก็สะดวกมากยิ่งขึ้น 

10 สถานที่ห้ามพลาด ต้าถง อู่ไถซาน

1. ถ้ำหินอวิ๋นกัง (Yungang Grottoes)
     มรดกโลกแห่งนี้คือความงดงามงามของศิลปะพุทธศาสนาในจีนตอนเหนือ เป็น 1 ใน 4 ถ้ำหินแหล่งประติมากรรมเเห่งพุทธศิลป์ที่งดงามที่สุดในประเทศจีน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยของจักรพรรดิเหวินเฉิง ช่วงราว ๆ ปี ค.ศ.460 เรื่อยมาจนถึงปี ค.ศ.524 ในสมัยของจักรพรรดิเสี้ยวหมิงแห่งราชวงศ์เว่ยเหนือ ใช้เวลาก่อสร้างรวมถึงกว่า 60 ปี ประกอบด้วยถ้ำน้อยใหญ่ที่เรียงรายตามแนวเขายาวกว่า 1 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่ในถ้ำคูหา 5 ที่สูงถึง 17.40 เมตร เป็นพระพุทธรูปแกะสลักขนาดใหญ่ที่สุด และในถ้ำคูหาที่ 3 เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่สุด พระพุทธรูปในบางถ้ำยังหลงเหลือสีสันดั้งเดิมที่สกัดจากแร่ธาตุธรรมชาติ การมาทัวร์จีนที่นี่ทำให้เราเห็นภาพความรุ่งเรืองของราชวงศ์เว่ยเหนือ และยุคทองของพุทธศาสนาในจีนเมื่อกว่า 1,500 ปีก่อนได้อย่างชัดเจน 

2. วัดลอยฟ้า (Hanging Temple)
     หรือเรียกอีกชื่อว่าวัดซวนคงซื่อ (Xuankong Si) วัดแห่งนี้สร้างขึ้นบนหน้าผาของภูเขาเหิงซาน หนึ่งในห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจีน เป็นวัดที่มีการผสมผสานของสามศาสนา ได้แก่ ขงจื๊อ ลัทธิเต๋า และพุทธศาสนา ความอัศจรรย์ของวัดแห่งนี้อยู่ที่การใช้คานไม้ซุงปักเข้าไปในเนื้อหิน เพื่อเป็นฐานรองรับตัวอาคารไม้ที่ลดหลั่นกันไปตามแนวผา ประมาณ 1 ใน 3 ของตัวอาคารจะแขวนอยู่บนหน้าผา โดยมีห้องโถงต่าง ๆ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินและสะพานที่คดเคี้ยว เมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นเพียงเสาไม้เล็ก ๆ ค้ำยันไว้จนดูเหมือนวัดกำลังลอยอยู่กลางอากาศ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณส่วนเว้าของหน้าผา จึงทำให้ปลอดภัยจากฝนและหินถล่มมากว่า 1,500 ปี รวมไปถึงตำแหน่งที่สูงของวัดจึงทำให้ปลอดภัยจากน้ำท่วมอีกด้วย  

3. กำแพงเก้ามังกร (Nine Dragon Wall)
      กำแพงเก้ามังกรที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ตั้งอยู่บนถนนเหอหยางในใจกลางเมืองต้าถง สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงเพื่อเป็นฉากกั้นหน้าวังของท่านอ๋องสิบสาม ตัวกำแพงสร้างจากกระเบื้องเคลือบสีสันสดใสกว่า 426 แผ่น ประกอบกันเป็นรูปมังกร 9 ตัวที่กำลังโลดแล่นอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆและคลื่นน้ำ มังกรแต่ละตัวมีลักษณะและท่าทางที่แตกต่างกันออกไป สะท้อนถึงพลังอำนาจและความสง่างามตามคติความเชื่อของจีนโบราณ เมื่อแสงแดดตกกระทบผิวกระเบื้อง มังกรเหล่านี้จะดูเหมือนกับมีชีวิตและเคลื่อนไหวได้จริง ถือเป็นงานประติมากรรมนูนต่ำที่แสดงถึงความประณีตขั้นสูงสุด ของช่างฝีมือหลวงในอดีตที่หาดูได้ยากยิ่งในปัจจุบันค่ะ

4. วัดหัวเหยียน (Huayan Monastery)
      ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองต้าถง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ทัวร์จีนที่ห้ามพลาดค่ะ วัดแห่งนี้คือความงดงามแห่งศิลปะและสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาจีนโบราณ ชื่อของวัดได้มาจากถ้ำหัวเหยียนที่อยู่ทางด้านทิศใต้ของวัด เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในสมัยราชวงศ์เหลียวและราชวงศ์จินของจีน ประกอบด้วยอาคารมากกว่า 30 หลัง มีสิ่งก่อสร้างหลักได้แก่ วัดหัวเหยียนบน วัดหัวเหยียนล่าง และเจดีย์หัวเหยียน วิหารหลักของวัดแห่งนี้คือพระราชวังต้าซง (Daxiong Palace) ในวัดหัวเหยียนบน เป็นหอวัดพุทธที่สร้างด้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดที่ยังคงภาพสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน วัดหัวเหยียนล่างเป็นที่ตั้งของหอพระสูตรที่เก็บรวบรวมพระสวดกว่า 18,000 เล่ม ในขณะที่เจดีย์หัวเหยียนก็เต็มไปด้วยพระพุทธรูปจำนวนมากที่ประดิษฐานอยู่ภายใน  

5. กำแพงเมืองเก่าต้าถง (Datong City Wall)
      กำแพงเมืองโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองต้าถง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1372 โดยแม่ทัพซูต้าแห่งราชวงศ์หมิง กำแพงเมืองได้รับการบูรณะอย่างยิ่งใหญ่บนฐานเดิมของราชวงศ์หมิง มีความยาวล้อมรอบเมืองเก่าถึง 7,270 เมตร มีประตูหลัก 4 บาน ป้อมปราการ 4 แห่ง และหอสังเกตการณ์ 54 แห่ง กระจายอยู่ตามทิศทางต่าง ๆ ของกำแพง ตัวกำแพงสร้างด้วยอิฐสีเทาเข้มที่สูงตระหง่านแข็งแรงและสง่างาม กิจกรรมยอดนิยมคือการเช่าจักรยานปั่นบนสันกำแพงที่กว้างขวางพอ ๆ กับถนนรถวิ่ง เพื่อชมทัศนียภาพที่ตัดกันระหว่างเมืองเก่าที่มีเสน่ห์กับเมืองใหม่ที่ทันสมัย โดยเฉพาะในช่วงเวลาพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน และในยามค่ำคืนที่วิวทิวทัศน์จะงดงามเป็นพิเศษ

6. วัดผู่ซ่าติ่ง (Pusading Temple)
      วัดพุทธนิกายทิเบตที่สำคัญที่สุดบนอู่ไถซาน สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ วัดนี้ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเนินเขาหลิงจิว ทำให้เห็นทิวทัศน์ของหุบเขาอู่ไถซานได้แบบพาโนรามา สถาปัตยกรรมของวัดนี้มีความพิเศษตรงที่ใช้กระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองมุงหลังคา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะสำหรับอาคารที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิ เนื่องจากในอดีตจักรพรรดิราชวงศ์ชิงมักจะเสด็จมาประทับที่นี่ ทางขึ้นวัดเป็นบันไดหิน 108 ขั้นที่ทอดตัวสูงขึ้นไป สื่อถึงการก้าวข้ามผ่านกิเลสและความทุกข์ทั้ง 108 ประการ บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยมนต์ขลังของเสียงสวดมนต์ และธงมนต์สีสันสดใสที่โบกสะบัดตามแรงลมภูเขา สร้างความรู้สึกสงบและเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างแท้จริง 

7. วัดเสียนทง (Xiantong Temple)
      วัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดและมีพื้นที่กว้างที่สุดในอู่ไถซาน โดยมีอายุเกือบ 2,000 ปี ที่นี่เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตของสถาปัตยกรรมพุทธศานา ไฮไลท์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาทัวร์จีนกันที่นี่ คือวิหารทองเหลืองที่สร้างขึ้นจากทองเหลืองน้ำหนักมหาศาลทั้งหลัง ภายในผนังของวิหารมีการสลักพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ นับหมื่นองค์จนเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีวิหารไม้ที่ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียวในการก่อสร้าง ปัจจุบันวัดเสียนทงก็ยังเป็นศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญที่สุด หากโชคดีก็อาจได้เห็นภาพของพระสงฆ์นับร้อยรูปในจีวรสีแดงเข้ม ร่วมกันทำวัตรเย็นเป็นภาพที่สะท้อนถึงความศรัทธาที่ยังคงมีลมหายใจมาอย่างยาวนาน

8. วัดไท่หยวน (Tayuan Temple)
      วัดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเจดีย์ขาว (Sarira Stupa) ทรงระฆังคว่ำขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลาง เรียกได้ว่าเป็นภาพจำที่ชัดเจนที่สุดของอู่ไถซานเลยกันเลยก็ว่าได้ค่ะ เจดีย์องค์นี้มีความสูงกว่า 50 เมตร ทาสีขาวสะอาดตา ยอดเจดีย์ประดับด้วยฉัตรทองคำที่จะส่งเสียงดังเมื่อลมพัดผ่าน เชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเส้นผมของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ รอบฐานเจดีย์มีกงล้อมนต์เรียงรายให้ผู้ศรัทธาได้เดินเวียนเทียนและหมุนกงล้อเพื่อสะสมบุญ บรรยากาศรอบเจดีย์มักจะเต็มไปด้วยนักแสวงบุญและผู้ศรัทธาที่มาทำการอัษฎางคประดิษฐ์ ซึ่งเป็นการกราบที่แสดงถึงความนอบน้อมสูงสุดต่อพระรัตนตรัยด้วยศรัทธาที่แรงกล้า

9. วัดว่านฝอเกอ (Wanfo Ge)
     แม้จะเป็นวัดที่มีพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับวัดอื่นในอู่ไถซาน แต่วัดว่านฝอเกอหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดพญามังกรห้า" กลับเป็นสถานที่ทัวร์จีนในอู่ไถซานที่ผู้คนหลั่งไหลมามากที่สุด เนื่องจากมีความเชื่อกันว่าเทพเจ้ามังกรที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะในการประทานพรเรื่องโชคลาภ ความสำเร็จ และการสอบไล่ ภายในวิหารมีรูปปั้นพญามังกรที่มีใบหน้าดุดันแต่เปี่ยมด้วยบารมี บรรยากาศภายในวัดจะอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและผู้คนที่นำชุดคลุมสีแดงมาถวายเพื่อเป็นการแก้บนหรือขอพร สิ่งที่น่าสนใจคือการได้เห็นวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวจีนท้องถิ่น ที่ผสมผสานระหว่างพุทธศาสนากับการบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อพื้นเมืองอย่างลงตัว

10. ยอดเขาตงไถหวังไห่ (Wanghai Peak)
      การเดินทางมายังยอดเขาตงไถหรือยอดเขาตะวันออก (East Peak) คือการพิชิตจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนเทือกเขาอู่ไถ ยอดเขาแห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,800 เมตร เป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก บนยอดเขามีวิหารซึ่งประดิษฐานพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ปางปัญญา ในวันที่อากาศเป็นใจก็อาจจะได้เห็นทะเลหมอกที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ปกคลุมหุบเขาเบื้องล่างคล้ายกับมหาสมุทรสีขาว โดยเฉพาะในยามเช้าตรู่ที่แสงแรกของดวงอาทิตย์จะค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้า เปลี่ยนสีหมอกให้กลายเป็นสีชมพูทอง กลายเป็นทิวทัศน์ที่งดงามจนแทบหยุดหายใจกันเลยค่ะ  

     การเดินทางมาเที่ยวจีนที่ต้าถงและอู่ไถซาน คือการเดินทางเข้าสู่โลกแห่งจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ ให้เราได้สัมผัสกับพลังศรัทธาอันเข้มข้นในช่วงที่พุทธศาสนารุ่งเรืองถึงขีดสุด ไม่ว่าจะเป็นถ้ำพุทธศิลป์อันยิ่งใหญ่ สู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งความเชื่อ ทุกสถานที่ทัวร์จีนของที่นี่ ล้วนแต่สะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมจีนที่รุ่งเรืองยาวนานนับพันปี เป็นอีกหนึ่งทริปทัวร์จีนที่ช่วยชำระล้างความวุ่นวายในใจให้สงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวจีนที่ได้ทั้งการถ่ายรูปสวย ๆ และยังได้สัมผัสกับพลังแห่งความศรัทธาที่อยู่เหนือกาลเวลานานนับพันปี เส้นทางชานซีตอนเหนือ ต้าถง อู่ไถซานแห่งนี้คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ  

จำนวนผู้เข้าชม 22 ครั้ง